Microsoft Windows กับ Mac OS ใครแพตช์ไวกว่า

ทุกระบบปฏิบัติการย่อมมีช่องโหว่ (Vulnerability) ไม่มากก็น้อย สิ่งสำคัญคือผู้ใช้งานอย่างเราต้องหมั่นอัพเดทแพตช์ (Patch) ที่ออกมาปิดช่องโหว่ให้ทันท่วงทีเสมอ แต่จะเป็นอย่างไรถ้ามีช่องโหว่แล้ว แต่แพตช์กลับยังไม่ถูกปล่อยออกมาจากเจ้าของระบบปฏิบัติการ? แค่ลองคิดดูก็เสี่ยงอยู่เหมือนกันนะครับ เพราะเท่ากับว่าเรารู้ตัวว่ามีช่องโหว่ แต่ไม่สามารถทำอะไรได้เลย

นี่จึงเป็นที่มาของการสำรวจที่จะเปิดเผยว่าระหว่าง Microsoft Windows และ Mac OS ระบบใดจะสามารถปล่อยแพตช์ออกมาปิดจุดอ่อนของตนเองได้ไวกว่ากัน และระบบใดมีช่องโหว่มากกว่ากัน

สถาบัน Cyentia องค์กรทางด้านการบริหารจัดการช่องโหว่ได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลจาก 450 องค์กรและทรัพย์สิน 9 ล้านเครื่อง และเปิดเผยว่าอุปกรณ์ที่มีช่องโหว่จำนวนน้อยมีการอุดช่องโหว่จากทางผู้ผลิตช้ากว่าอุปกรณ์ที่มีช่องโหว่จำนวนมากกว่า ยกตัวอย่างเช่นเครื่องที่เป็นระบบ Microsoft Windows นั้นถูกพบว่าค่าเฉลี่ยของช่องโหว่มีประมาณ 119 ช่องโหว่ต่อเดือน มากกว่าที่พบในระบบ Mac OS X(32) และมากกว่าอุปกรณ์เน็ตเวิร์คถึง 30 เท่า แต่ทว่าช่องโหว่ที่พบบน Microsoft Windows นั้นถูกแพตช์อุดช่องโหว่อย่างรวดเร็วในระยะเวลา 36 วันโดยเฉลี่ย ขณะที่อุปกรณ์ทางด้านเน็ตเวิร์คเช่น Routers, Printers หรืออุปกรณ์ IOT กลับต้องใช้เวลาประมาณ 369 วัน

นอกจากนี้ยังพบว่าอุปกรณ์ของ Apple ใช้เวลาประมาณ 70 วันในการปล่อยแพตช์เพื่ออุดช่องโหว่สำหรับอุปกรณ์ Mac OS X ซึ่งถือว่าใช้เวลาเป็นสองเท่าของระบบของ Microsoft ส่วนอุปกรณ์ Linux และ Unix ใช้เวลาประมาณ 254 วัน

Microsoft นั้นพบว่ามีช่องโหว่ระดับร้ายแรงประมาณ 83% ขณะที่ Mac OS X นั้นตามมาเป็นลำดับสองที่ 79% ต่อด้วยอุปกรณ์ทางด้านเน็ตเวิร์ค 64% และท้ายสุดที่ Linux 63%

ทั้งนี้นักวิจัยพบ 215 ล้านช่องโหว่บนอุปกรณ์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Microsoft และถึงแม้ว่า 179 ล้านช่องโหว่จะถูกอุดช่องโหว่แล้ว แต่ที่เหลืออีก 36 ล้านช่องโหว่นั้นยังคงมีจำนวนมากกว่าผลรวมของอุปกรณ์ที่อุดช่องโหว่แล้ว และที่ยังไม่อุดช่องโหว่ของอุปกรณ์ Mac, Linux, Unix และอุปกรณ์เครือข่ายทั้งหมดนำมารวมกัน

จากผลสำรวจของ Kenna Security ยังพบว่าช่องโหว่ที่ถูกพบบนระบบปฏิบัติการของ Microsoft Windows นั้นมีมากกว่าระบบ Mac OS X ถึง 4 เท่า แต่ระบบปฏิบัติการ Window นั้นมีข้อดีคือสามารถอุดช่องโหว่ของระบบ ได้รวดเร็วกว่า เพราะ Microsoft จะมีการอัพเดทช่องโหว่ของระบบทุกๆวันอังคาร จึงทำให้สามารถแก้ไขช่องโหว่ที่ร้ายแรงได้อย่างรวดเร็ว แต่ก็ยังคงมีช่องโหว่อีกเป็นจำนวนมากที่ยังไม่ถูกอุด ในส่วนของอุปกรณ์ทางด้านระบบเน็ตเวิร์คอย่าง Routers และ Printers นั้นมีความเสี่ยงสูงกว่าเนื่องจากมีวงจรชีวิตของตัวผลิตภัณฑ์ที่นานกว่า ดังนั้นผู้ผลิตจำเป็นต้องมีการลดความเสี่ยงโดยการบริหารจัดการความสามารถในการอุดช่องโหว่ให้ดียิ่งขึ้น

จากผลสำรวจทั้งหมดนี้น่าจะทำให้หลายๆท่านสามารถตัดสินใจได้ง่ายขึ้นเมื่อต้องเลือกระบบปฏิบัติการที่จะใช้ในอนาคต ยิ่งในส่วนขององค์กรที่ต้องซื้ออุปกรณ์มาคราวละมากๆและใช้เป็นระยะเวลานานๆ เมื่อเลือกใช้ระบบปฏิบัติการใดแล้ว ก็อย่าลืมปลูกฝังนิสัยของผู้ใช้งานให้หมั่นสำรวจว่ามีแพตช์ใหม่อัพเดทออกมาหรือไม่ หากมีก็ควรอัพเดทแพตช์ให้เร็วที่สุด เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเองและองค์กรครับ